4 สาเหตุที่ทำให้การดื่มเครื่องดื่มสมูทตี้เพื่อสุขภาพของคุณ กลายเป็นเครื่องดื่มที่ทำให้อ้วน

เครื่องดื่มสมูทตี้ อย่างที่รู้กันดีว่าเป็นเครื่องดื่มที่ส่งผลดีต่อสุขภาพโดยตรง ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยการปั่นผลไม้ต่างๆ รวมกันในเครื่องปั่นสมูทตี้ เพราะเครื่องดื่มชนิดนี้มีวัตถุดิบหลักเป็นผัก ผลไม้ แต่ผู้บริโภคบางคนก็มีการนำวัตถุดิบที่ช่วยเพิ่มรสชาติมาใส่ตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ต นมสด หรือน้ำผึ้ง ใส่เพิ่มเติมลงไปให้เกิดรสชาติมากยิ่งขึ้นก็ได้ แต่การใส่วัตถุดิบเสริม หรือสารที่ช่วยเพิ่มความหวานมากเกินไปก็อาจส่งผลให้สมูทตี้เพื่อสุขภาพกลายเป็นเครื่องดื่มทำลายสุขภาพของคุณอีกสาเหตุหนึ่งก็ได้ วันนี้เรามีข้อสังเกตแบ่งออกเป็น 4 สาเหตุที่ทำให้การดื่มสมูทตี้กลายเป็นตัวที่ทำให้คุณอ้วนขึ้น ดังนี้

  1. สมูทตี้แก้วโปรดของคุณมีไฟเบอร์มากเกินไป แน่นอนว่าเครื่องดื่มสมูทตี้มีวัตถุดิบหลักเป็นผัก ผลไม้ ซึ่งผัก ผลไม้อุดมไปด้วยไฟเบอร์สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไฟเบอร์เป็นสารอาหารที่ไม่มีแคลอรีและร่างกายสามารถเผาผลาญให้หมดได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่ในข้อดีก็ยังมีข้อเสียตามมาอยู่ การที่เราบริโภคผัก ผลไม้มากเกินไปจึงทำให้เกิดการเผาผลาญอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ร่างกายหิวเร็วและบ่อยขึ้น ทำให้คุณทานบ่อยขึ้นตามไปด้วย เพราะฉะนั้นควรทำให้เครื่องดื่มสมูทตี้แก้วโปรดของคุณมีประโยชน์มากขึ้น ควรเพิ่มสารอาหารจำพวกโปนตีนใส่เพิ่มลงไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ต ,เนยถั่ว หรือนมสด ใส่ลงไปผสมสมกับผัก ผลไม้ในปริมาณที่เหมาะจะสมช่วยเพิ่มคุณประโยชน์กับร่างกายมากกว่า
  2. สมูทตี้แก้วโปรดของคุณมีไฟเบอร์น้อยเกินไป มากไปก็ไม่ดี น้อยเกินไปก็ไม่ดี การที่ร่างกายได้รับไฟเบอร์ในปริมาณที่เพียงพอในแต่วัน จะช่วยทำให้คุณไม่เกิดอาการหิว หรือเกิดอาการอยากอาหารน้อยลงกว่าปกติ เหมือนเป็นการลดน้ำหนักไปในตัวและยังสุขภาพดีอีกด้วย ผัก ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงที่ควรบริโภค ได้แก่ กล้วย ,อะโวคาโด ,กีวี่ เป็นต้น
  3. สมูทตี้แก้วโปรดของคุณมีโปรตีนน้อยเกินไป เพราะการทานผัก ผลไม้เพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่ทานอาหารกลุ่มโปรตีนเข้าไปเลยนั้น จะทำให้ร่างกายไม่มีพลังงาน หรือไม่มีสารอาหารที่ให้พลังงานในแต่ละวันนั่นเอง เพราะฉะนั้น ควรทานใส่อาหารจำพวกโปรตีนลงไปผสมกับเครื่องดื่มสมูทตี้แก้วโปรดของคุณให้เพียงพอในแต่ละวันด้วย
  4. ใส่วัตถุดิบเพิ่มความหวานมากเกินไป จริงๆ แล้วเครื่องดื่มสมูทตี้ไม่จำเป็นต้องใส่ส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความหวานลงไป เพราะรสชาติของผัก ผลไม้ก็มีรสหวานในตัวเพียงพออยู่แล้ว และมีประโยชน์มากกว่าการเติมสารเพิ่มความหวานลงไป